<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สาระน่ารู้ &#8211; ทนายแรงงาน ไพบูลย์นิติ ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน</title>
	<atom:link href="https://paiboonniti.com/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88/knowledge/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://paiboonniti.com</link>
	<description>ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน ทนายแรงงาน อบรมกฎหมายแรงงาน ฎีกาแรงงาน ที่นี่ที่เดียวครบ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 02 Jun 2025 07:26:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2019/04/cropped-logo1-32x32.png</url>
	<title>สาระน่ารู้ &#8211; ทนายแรงงาน ไพบูลย์นิติ ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน</title>
	<link>https://paiboonniti.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การใช้มาตรการทางวินัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่ชมรมแหลมฉบัง</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ทนายแรงงาน ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Jun 2025 07:26:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://paiboonniti.com/?p=4304</guid>

					<description><![CDATA[อบรมหลักสูตร  &#8220;การใช้มาตรการทางวินัยเพื่อเพิ.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อบรมหลักสูตร  &#8220;การใช้มาตรการทางวินัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-4305" src="https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319333-600x450.jpg" alt="" width="600" height="450" srcset="https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319333-600x450.jpg 600w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319333-1024x768.jpg 1024w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319333-250x188.jpg 250w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319333-768x576.jpg 768w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319333-440x330.jpg 440w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319333-240x180.jpg 240w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319333.jpg 1477w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-medium wp-image-4306" src="https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319336-600x407.jpg" alt="" width="600" height="407" srcset="https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319336-600x407.jpg 600w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319336-1024x695.jpg 1024w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319336-250x170.jpg 250w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319336-768x522.jpg 768w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319336-1536x1043.jpg 1536w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319336-486x330.jpg 486w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319336-265x180.jpg 265w, https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2025/06/319336.jpg 1552w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อน่าคิดของค่าชดเชยมี  26  ข้อ</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ทนายแรงงาน ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Mar 2023 04:37:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าชดเชยแรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/?p=2696</guid>

					<description><![CDATA[ข้อน่าคิดของค่าชดเชยมี 26 ข้อ ค่าชดเชยจ่ายเมื่อไหร.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อน่าคิดของค่าชดเชยมี 26 ข้อ</p>
<ol>
<li>ค่าชดเชยจ่ายเมื่อไหร่ จ่ายผิดเวลามีผลอย่างไร</li>
<li>ลาออกเองไม่จ่ายค่าชดเชย แต่อาจถูกฟ้องเงินต่างๆ คือ เงิน 37 อย่าง</li>
<li>ตายไม่จ่ายค่าชดเชย ด่วนตายหลังเกษียณไม่ได้ค่าชดเชยจะฟ้องได้ไหม</li>
<li>ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงาน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่จ่ายค่าชดเชย แต่ควรจ่าย</li>
<li>เข้าร่วมโครงการเกษียณ ไม่จ่ายค่าชดเชย (แต่จ่ายเงินอะไร)</li>
<li>อ้างว่าเซ็นใบลาออกโดยถูกบังคับ หรือถูกข่มขู่จึงมาฟ้องศาล จะต่อสู้อย่างไร</li>
<li>ทดลองงาน 119 วัน อาจได้ &#8220;เงิน&#8221; อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ใช่ค่าชดเชย  แต่ได้เงินอะไร</li>
<li>งานที่มีกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดแน่นอน จ้างไม่เกิน 2 ปีและเลิกจ้างตามนั้นที่ตกลงกัน เป็นงานอย่างใด เป็นงานอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 อย่าง คือ งานตามโครงการที่ไม่ใช่ปกติธุรกิจของนายจ้าง หรืองานที่ทำเป็นครั้งคราว หรืองานตามฤดูกาล ไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย</li>
<li>ค่าชดเชยตามระยะเวลาในการทำงาน คำนวณจากเงินอะไรบ้าง</li>
<li>ทำผิดอาญาแก่นายจ้าง ไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย ต้องแจ้งความก่อนไหม</li>
<li>ทุจริต ไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย ต้องเตรียมพยานบุคคล พยานเอกสารอย่างไร</li>
<li>จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายไม่จ่ายค่าชดเชย คืออะไร</li>
<li>ประมาทเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายร้ายแรงฯ ไม่จ่ายค่าชดเชย คืออะไร</li>
<li>ฝ่าฝืน ข้อบังคับ หรือ ระเบียบ หรือ คำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย  ในกรณีร้ายแรง ไม่จ่ายค่าชดเชยคืออะไร</li>
<li>ฝ่าฝืน ข้อบังคับ หรือ ระเบียบ หรือ คำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย  &#8220;ไม่ร้ายแรง&#8221; แต่นายจ้างเคยเตือนแล้ว และได้ทำผิดซ้ำคำเตือนในฐานความผิดเดิมในรอบ 1 ปี ไม่จ่ายค่าชดเชย เป็นอย่างไร</li>
<li> ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่จ่ายค่าชดเชย จะเลิกจ้างวันไหน</li>
<li> การได้รับโทษจำคุกตามข้อ 16 ถ้าทำผิดลหุโทษ หรือประมาท และผู้เสียหาย &#8220;ไม่ใช่นายจ้าง&#8221; แม้ได้รับโทษจำคุก            หากเลิกจ้าง &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</li>
<li> แม้ลูกจ้างจะทำผิดตั้งแต่ข้อ 10 ถึง 17) แต่หากในหนังสือเลิกจ้างไม่ได้ระบุเหตุการณ์เลิกจ้างดังกล่าวไว้ นายจ้างอาจแพ้ค</li>
<li> หากนายจ้างเจตนาให้ระยะเวลาในการทำงานไม่ต่อกัน กฎหมายให้นำระยะเวลาทั้งหมดมารวมกันเพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าชดเช</li>
<li>การนับเวลาการทำงานให้นับวันหยุด วันลา หรือวันที่นายจ้างสั่งให้หยุดฯ เข้าด้วยกัน เว้นแต่</li>
<li>ค่าชดเชยต้องจ่ายตอนเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี แต่ถ้าหากจงใจไม่จ่ายค่าชดเชยจะต้องจ่ายเงินอะไร</li>
<li>ค่าชดเชยต้องจ่ายเป็นเงิน</li>
<li>นายจ้างจะทำข้อตกลงจ่ายค่าชดเชยน้อยกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไม่ได้ เว้นแต่จะตกลงกันหลังจากพ้นจากความเป็นลูกจ้างไปแล้ว</li>
<li>หากนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยสามารถฟ้องร้องได้ที่ใดบ้าง</li>
<li>ถ้าทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาล แต่สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ได้ระบุเรื่อง หักภาษี ถามว่า นายจ้างจะหักภาษีได้หรือไม่</li>
<li>เมื่อเลิกจ้างไปแล้ว ลูกจ้างไปร้องพนักงานตรวจแรงงานตาม มาตรา 123 แต่สามารถเจรจาตกลงกันได้ ควรเขียนระงับการฟ้องร้องอย่างไร</li>
</ol>
<p>*****************************************************</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง/มีขั้นตอนอย่างไร</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 May 2013 19:36:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88/</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>การเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง/มีขั้นตอนอย่างไร</strong></p> <p>หากนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างในขณะที่ดำรงตำแหน่งกรรมการลูกจ้างนายจ้างจะต้องขออนุญาตจากศาลแรงงานก่อน เมื่อศาลแรงงานมีคำสั่งอนุญาตแล้วจึงจะบอกเลิกจ้างหรือออกคำสั่งเลิกจ้างลูกจ้างที่เป็นกรรมการลูกจ้างนั้นได้ทั้งนี้ ไม่ว่าการเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้น จะเป็นการเลิกจ้างเพราะเหตุที่กรรมการลูกจ้างกระทำความผิดวินัย หรือเป็นการเลิกจ้างเพราะเหตุอื่นที่ไม่ใช่ความผิดของกรรมการลูกจ้าง<br /> การเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเคยเป็นกรรมการลูกจ้างและพ้นตำแหน่งมาแล้วไม่ต้องขออนุญาตจากศาลแรงงานก่อน แม้ว่าเหตุเลิกจ้างนั้นจะเกิดขึ้นขณะที่ดำรงตำแหน่งกรรมการลูกจ้างก็ตาม<br /> ในทำนองเดียวกัน การเลิกจ้างขณะดำรงตำแหน่งกรรมการลูกจ้างนายจ้างต้องขออนุญาตศาลแรงงานก่อนทุกกรณี แม้ว่าเหตุเลิกจ้างนั้นจะ</p> <p> </p> ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง/มีขั้นตอนอย่างไร</strong></p>
<p>หากนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างในขณะที่ดำรงตำแหน่งกรรมการลูกจ้างนายจ้างจะต้องขออนุญาตจากศาลแรงงานก่อน เมื่อศาลแรงงานมีคำสั่งอนุญาตแล้วจึงจะบอกเลิกจ้างหรือออกคำสั่งเลิกจ้างลูกจ้างที่เป็นกรรมการลูกจ้างนั้นได้ทั้งนี้ ไม่ว่าการเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้น จะเป็นการเลิกจ้างเพราะเหตุที่กรรมการลูกจ้างกระทำความผิดวินัย หรือเป็นการเลิกจ้างเพราะเหตุอื่นที่ไม่ใช่ความผิดของกรรมการลูกจ้าง<br /> การเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเคยเป็นกรรมการลูกจ้างและพ้นตำแหน่งมาแล้วไม่ต้องขออนุญาตจากศาลแรงงานก่อน แม้ว่าเหตุเลิกจ้างนั้นจะเกิดขึ้นขณะที่ดำรงตำแหน่งกรรมการลูกจ้างก็ตาม<br /> ในทำนองเดียวกัน การเลิกจ้างขณะดำรงตำแหน่งกรรมการลูกจ้างนายจ้างต้องขออนุญาตศาลแรงงานก่อนทุกกรณี แม้ว่าเหตุเลิกจ้างนั้นจะ</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>เกิดขึ้นก่อนการดำรงตำแหน่งกรรมการลูกจ้าง<br /> ที่ประชุมของสหภาพแรงงานได้ลงมติแต่งตั้งคณะกรรมการสหภาพแรงงาน นายจ้างได้ทราบผลการประชุมของคณะกรรมการสหภาพแรงงานแล้วคณะกรรมการสหภาพแรงงานที่ได้รับแต่งตั้งดังกล่าวมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างได้ การจดทะเบียนคณะกรรมการสหภาพแรงงานเป็นวิธีการทางกฎหมายเพื่อให้ปรากฏหลักฐานทางทะเบียนเท่านั้น ดังนั้น นายจ้างลงโทษลูกจ้างซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการลูกจ้างโดยไม่ขออนุญาตต่อศาลก่อน จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 52(3731/2535)<br /> บทบัญญัติในมาตรา 47 แสดงว่ากรรมการลูกจ้างที่ได้รับแต่งตั้งจากสหภาพแรงงานเป็นกรรมการลูกจ้างตั้งแต่วันที่มีการแต่งตั้ง แม้จะยังไม่มีการเลือกตั้งกรรมการลูกจ้างอีก 4 คน ให้ครบตามจำนวนก็ตาม นายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างที่ได้รับแต่งตั้งจากสหภาพแรงงานดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานจึงไม่ชอบด้วยมาตรา 52 (4398/2536)<br /> เมื่อลูกจ้างเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดในสถานประกอบกิจการของนายจ้างมีมติให้ลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งกรรมการลูกจ้าง ลูกจ้างดังกล่าวจึงไม่ใช่กรรมการลูกจ้างอีกต่อไป และไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 52 (5209/2537)</p>
<p> <strong>การขออนุญาต</strong></p>
<p> เมื่อนายจ้างตัดสินใจจะเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง นายจ้างจะต้องทำคำร้องขออนุญาตยื่นต่อศาลแรงงาน<br /> คำร้องขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างให้ใช้แบบพิมพ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้<br /> 1.แบบพิมพ์(รง.2)  คำร้องคดีแรงงาน : ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ที่ใช้ใน</p>
<p>คดีแรงงานสำหรับกรณีเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างด้วย<br /> 2.แบบพิมพ์ (7) คำร้อง ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ที่ใช้ในคดีแพ่งทั่วไป<br /> นายจ้างต้องนำแบบพิมพ์คำร้องดังกล่าวมากรอกและพิมพ์ข้อความให้ครบถ้วนว่า นายจ้างประสงค์จะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างผู้ใด มีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด มีตำแหน่งหน้าที่การงานใด ได้รับเงินเดือนเท่าใด ประสงค์จะเลิกจ้างเพราะเหตุผลใด ถ้าเป็นการขอเลิกจ้างเพราะกรรมการลูกจ้างกระทำผิด ก็ต้องกล่าวด้วยว่ากรรมการลูกจ้างนั้นได้กระทำความผิดใดเมื่อใด และนายจ้างได้รับความเสียหายเพียงไร</p>
<p><strong>กระบวนการร้องขออนุญาต</strong></p>
<p> เมื่อกรอกข้อความหรือพิมพ์คำร้องขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างแล้ว ให้ทำสำเนาเท่าจำนวนกรรมการลูกจ้างที่ร้องขออนุญาตเลิกจ้าง และนำคำร้องพร้อมสำเนาไปยื่นต่อศาลแรงงาน<br /> (หากนายจ้างทราบหรือสอบถามลูกจ้างเป็นกรรมการลูกจ้างแล้วกรรมการลูกจ้างตกลงยินยอมให้นายจ้างเลิกจ้างได้(ไม่คัดค้านการขออนุญาต)และนายจ้างประสงค์ให้การขออนุญาตเสร็จไปโดยรวดเร็ว ก็อาจนำกรรมการลูกจ้างไปศาลแรงงานด้วยในวันยื่นคำร้อง  และร่วมกันแถลงขอให้ศาลแรงงานได้ออกนั่งพิจารณาเพื่อให้คดีเสร็จไปในวันเดียวก็ได้)<br /> เมื่อศาลแรงงานรับคำร้องไว้แล้ว    ศาลแรงงานจะนัดไต่สวนคำร้องนั้นโดยส่งสำเนาคำร้องและแจ้งวันนัดไต่สวนให้กรรมการลูกจ้างทราบ กรรมการลูกจ้างอาจมาศาลในวันนัดไต่สวนให้กรรมการลูกจ้างทราบ กรรมการลูกจ้างอาจมาศาลในวันนัดไต่สวนและแถลงคัดค้านการเลิกจ้างได้<br /> ในกรณีที่กรรมการลูกจ้างคัดค้าน ศาลจะไต่สวนพยานหลักฐานที่นายจ้างและกรรมการลูกจ้างนำมาให้ไต่สวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ในการวินิจฉัยว่ามีเหตุสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นหรือไม่</p>
<p> ถ้าศาลไต่สวนแล้วเห็นว่ายังไม่มีเหตุผลสมควรที่จะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้น ศาลก็จะสั่งยกคำร้องของนายจ้าง ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างได้ร้องขอให้ศาลสั่งอย่างอื่นด้วย เช่น กรณีขออนุญาตเลิกจ้างเพราะกรรมการลูกจ้างกระทำความผิด ถ้านายจ้างขออนุญาตลงโทษเลิกจ้างและหรือลงโทษสถานอื่นตามข้อบังคับมาด้วย ศาลแรงงานอาจอนุญาตให้ลงโทษอย่างอื่นตามที่ขอนั้น<br /> แต่ถ้าศาลไต่สวนแล้วเห็นว่า มีเหตุสมควรที่นายจ้างจะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นได้ ศาลแรงงานก็จะมีคำสั่งอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างได้<br /> ไม่ว่าศาลแรงงานจะมีคำสั่งอย่างใด ทั้งนายจ้างและกรรมการลูกจ้างอาจอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ตามบทบัญญัติของกฎหมาย</p>
<p><strong>การบอกเลิกจ้าง</strong></p>
<p> เมื่อศาลแรงงานหรือศาลฎีกาอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างแล้ว นายจ้างย่อมจะต้องบอกเลิกจ้างต่อกรรมการลูกจ้างนั้นหรือมีคำสั่งเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นอีกชั้นหนึ่ง การที่ศาลแรงงานหรือศาลฏีกามีคำสั่งอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างได้นั้น ยังไม่มีผลเป็นการเลิกกรรมการลูกจ้าง(ศาลไม่มีอำนาจที่จะไปเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้)<br /> ในการบอกเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง นายจ้างจะต้องปฎิบัติเช่นเดียวกับการบอกเลิกจ้างลูกจ้างอื่น เช่น อาจต้องบอกกล่าวล่วงหน้า อาจต้องจ่ายค่าชดเชย เป็นต้น แต่เมื่อศาลแรงงานอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างแล้ว กรรมการลูกจ้างก็ไม่อาจฟ้องร้องว่านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 และไม่อาจฟ้องร้องว่านายจ้างกระทำการอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 121,มาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ดังคดีอุทาหรณ์ต่อไปนี้</p>
<p> <strong>1.ศาลอนุญาตแล้วไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมอีก</strong><br /> ไม่ว่ากรณีใดๆ เมื่อนายจ้างเลิกจ้างหรือกระทำการใดๆ แก่กรรมการลูกจ้างตามที่ศาลแรงงานอนุญาตตามมาตรา 52 แล้ว จึงไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมอีก (2675/2524)</p>
<p> <strong>2.ศาลแรงงานอนุญาตแล้วต้องมีคำสั่งเลิกจ้างอีกชั้นหนึ่ง</strong><br /> การที่ศาลแรงงานมีคำสั่งอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ก็เป็นเพียงให้สิทธิแก่นายจ้างที่จะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างเท่านั้น มิใช่เป็นคำสั่งแทนนายจ้างให้เลิกจ้างทันที โดยนายจ้างจะต้องมีคำสั่งเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นอีกชั้นหนึ่ง (2849/2529) คำสั่งศาลหามีผลเป็นการเลิกจ้างไปในตัวไม่ (3073/2531) กรรมการลูกจ้างยังคงนิติสัมพันธ์อยู่กับนายจ้างตลอดไปจนกว่าจะมีการเลิกจ้าง (3201-3205/2533)</p>
<p> <strong>3.ศาลแรงงานอนุญาตแล้วบอกเลิกจ้างได้ทันที</strong><br /> เมื่อศาลแรงงานมีคำสั่งอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้นายจ้างย่อมมีอำนาจที่จะมีคำสั่งเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นได้ทันทีแม้ว่ากรรมการลูกจ้างนั้นจะอุทธรณ์ และคดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม คำสั่งเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างก่อนวันที่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฏีกาย่อมเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย( 39/2531)</p>
<p> <strong>4.ศาลแรงงานอนุญาตแล้วก็ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า</strong><br /> เมื่อนายจ้างได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานให้เลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้แล้ว นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนการเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างให้ถูกต้องตามประมาวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ด้วย (6265/2531)เว้นแต่กรณีร้ายแรง</p>
<p><strong>การทำงานของกรรมการลูกจ้างระหว่างการขออนุญาต</strong><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>ในระหว่างที่นายจ้างดำเนินการร้องขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างต่อศาลแรงงานอยู่นั้น กรรมการลูกจ้างย่อมมีสิทธิทำงานต่อไปจนกว่านายจ้างจะได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานและมีคำสั่งเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้น</p>
<p>หากนายจ้างประสงค์จะให้กรรมการลูกจ้างหยุดทำงานในระหว่างนั้นแต่ยินดีจ่ายค่าจ้างให้กรรมการลูกจ้าง นายจ้างจะต้องร้องขออนุญาตต่อศาลแรงงานก่อนด้วย นายจ้างจะสั่งพักงานกรรมการลูกจ้างในระหว่างนั้นโดยพลการไม่ได้ เพราะอาจถูกกล่าวหาว่านายจ้างกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ในข้อหาขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการลูกจ้างได้</p>
<p>นายจ้างได้สั่งพักงานลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างก่อนขออนุญาตศาลแรงงานโดยจ่ายค่าจ้าง การพักงานกรณีเช่นนี้น่าจะเป็นการสั่งให้ลูกจ้างหยุดทำงานชั่วคราวเพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขออนุญาตลงโทษลูกจ้างต่อศาลแรงงานเสียก่อน เมื่อนายจ้างได้จ่ายค่าจ้างให้ในระหว่างที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานจึงไม่ถือว่าเป็นการลงโทษ (1907/2534)</p>
<p> </p>
<p><strong>ผลเสียของการเลิกจ้างโดยไม่ได้รับขออนุญาตแรงงานก่อน</strong><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>การฝ่าฝืนบทบัญญัติในเรื่องการขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการลูกต่อศาลแรงงานนั้น ก่อให้เกิดผลเสียต่อนายจ้างหลายประการ คือ</p>
<p>1.เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 143 มีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>
<p>2.ถือว่ากรรมการลูกจ้างนั้นยังไม่ได้ถูกเลิกจ้างโดยชอบด้วยกฎหมาย(แม้นายจ้างจะมีคำสั่งเลิกจ้างแล้วก็ตาม) กรรมการลูกจ้างนั้นจึงยังคงมีสภาพเป็นลูกจ้างของนายจ้างตลอดไป นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้กรรมการลูกจ้างตลอดระยะเวลาที่มิได้เลิกจ้าง</p>
<p>3.ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม หากลูกจ้างฟ้องศาลแรงงาน ศาลแรงงานอาจสั่งให้นายจ้างรับกรรมการลูกจ้างนั้นกลับเข้าทำงานต่อไปหรือให้จ่ายค่าเสียหายได้ เมื่อนายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างโดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนถือว่าการกระทำของนายจ้างเป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่วันเลิกจ้างแล้ว กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความกันได้ แม้ศาลแรงงานจะมีคำสั่งให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันเลิกจ้างอันเป็นวันที่นายจ้างกระทำผิดสำเร็จ ก็ไม่มีผลทำให้การกระทำของนายจ้างซึ่งเป็นความผิดอยู่แล้วกลายเป็นการกระทำที่ไม่ผิดไปได้(3016/2533)</p>
<p><strong>กรณีที่ไม่ต้องขออนุญาต</strong></p>
<p> กฎหมายกำหนดให้นายจ้างขออนุญาตศาลเฉพาะกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้ากรรมการลูกจ้างลาออกจากงานเองโดยสมัครใจ</p>
<p><strong>คดีอุทาหรณ์<br />กรณีที่ศาลอนุญาตให้เลิกจ้าง</strong></p>
<p> <strong>1.ออกหนังสือเวียนแจ้งลูกค้าจนงดใช้บริการของนายจ้าง</strong><br /> คณะกรรมการลูกจ้างที่เป็นคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานออก<br />หนังสือเวียนไปยังลูกค้าของนายจ้างอ้างว่าอาจมีการนัดหยุดงานจนลูกค้างดใช้หรือเกิดความลังเลที่จะใช้บริการของนายจ้าง เป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างได้(3127/2525)</p>
<p> <strong>2.เตือนแล้วยังทำอีก 2 ครั้ง</strong><br /> กรรมการลูกจ้างถูกตักเตือนเป็นหนังสือฐานหยุดงานโดยไม่มีเหตุผลมาแล้ว เมื่อขาดงานอีก 2 ครั้ง ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างได้ (1139/2527)</p>
<p> <strong>3.สั่งให้ไปทำงานที่อื่นแล้วไม่ไป</strong><br /> นายจ้างสั่งให้กรรมการลูกจ้างไปทำงานที่อื่นชั่วคราว    กรรมการลูกจ้างเข้าใจว่านายจ้างกลั่นแกล้ง  จึงไม่ไปทำงานตามคำสั่งเป็นเวลา 3 วัน ทำงานติดต่อกัน   จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างได้ (2911/2528)</p>
<p> <strong>4.กอดปล้ำสตรีในที่เปิดเผยและเขามิได้ยินยอม</strong><br /> กรรมการลูกจ้างกอดปล้ำกระทำอนาจารแก่สตรีซึ่งมีสามีแล้วในบริเวณที่ทำงานโดยเปิดเผยโดยเขามิได้ยินยอม ถือได้ว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างได้ (4498/2528)<br /><strong><br /> 5.ประมาทเลินเล่อนายจ้างเสียหาย 400,000 บาท</strong><br /> กรรมการลูกจ้างเป็นหัวหน้าแผนกขายส่วนกลาง ขายแบตเตอรี่และจ่ายของไปโดยมิได้ปฎิบัติตามระเบียบ จนมีการทุจริตยักยอกกัน เป็นการประมาทเลินเล่อในหน้าที่การงานทำให้นายจ้างเสียหาย 400,000 บาท ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างได้(3180/2530)</p>
<p><strong>6.ละทิ้งหน้าที่จนนายจ้างเสียหาย 600,000 บาท</strong> <br /> กรรมการลูกจ้างมีหน้าที่ปฏิบัติงานล่วงเวลาตั้งแต่ 04.00 นาฬิกา จนถึง 08.00 นาฬิกา แต่ได้ละทิ้งหน้าที่ไปจนนายจ้างเสียหายเป็นเงิน 600,000 บาท ถือได้ว่ากรรมการลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรงและจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างได้ (3254/2531)</p>
<p> <strong>7.แถลงข่าวว่านายจ้างหลอกลวงประชาชน</strong><br /> กรรมการลูกจ้างแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า นายจ้างหลอกลวงประชาชนนำเหล็กธรรมดามาจำหน่ายเป็นเหล็กน้าพี้ แม้กรรมการลูกจ้างดังกล่าวจะอ้างว่าแถลงข่าวในฐานะสมาชิกกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(มิใช่ในฐานะของลูกจ้าง) เมื่อขณะแถลงข่าว กรรมการลูกจ้างยังคงมีฐานะเป็นลูกจ้างอยู่ก็จะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของนายจ้างด้วย    เมื่อนายจ้างเสียหาย ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างได้ (3304/2533)</p>
<p> <strong>8.ออกแถลงการณ์ทำให้นายจ้างเสียหาย</strong><br /> กรรมการลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการสหภาพแรงงานออก “แถลงการณ์ด่วนพิเศษ” มีข้อความกล่าวหานายจ้างว่าประพฤติปฏิบัติตนไม่ดี ไม่ถูกต้องไม่มีคุณธรรม (เช่น บริษัททำให้พนักงานกับสหภาพแรงงานแตกความสามัคคีโยกย้ายคณะกรรมการสหภาพแรงงานโดยมีเจตนากลั่นแกล้งและแก้แค้น ไม่มีความจริงใจ&#8230;เป็นผู้ใหญ่พูดกลับกลอก&#8230;..เป็นต้น) การทำและแจกจ่ายแถลงการณ์ดังกล่าว เป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ศาลอนุญาตให้เลิกจ้างกรรมการลูกจ้างทั้งเก้าได้( 822-830/2536)</p>
<p> <strong>9.ชักชวนเพื่อคนงานเล่นการพนัน</strong><br /> ลูกจ้างเป็นกรรมการลูกจ้างและรองประธานสหภาพแรงงานควรดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี แต่กลับมาชักชวนเพื่อคนงานเล่นการพนัน แม้จะเป็นการรับแทงสลากกินรวบจำนวนเพียง 100 บาท ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดให้เล่นการพนันภายในสถานที่ทำงานแล้ว ทั้งยังเป็นการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ซึ่งมีโทษทางอาญา การกระทำของกรรมการลูกจ้างนั้นจึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง ศาลแรงงานอนุญาตให้เลิกจ้างได้ (1389/2544)</p>
<p> <strong>10.ขับรถบรรทุกโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย</strong><br /> กรรมการลูกจ้างขับรถบรรทุกเทรลเลอร์โดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของนายจ้าง ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายโดยหล่นจากที่นั่งคนขับมาทับเพื่อนร่วมงานจนบาดเจ็บ ศาลแรงงานอนุญาตให้เลิกจ้างได้ ( 978/2550 )</p>
<p><strong>11.ขัดขวางการพัฒนาการบริหารงานของนายจ้าง</strong><strong> </strong></p>
<p>กรรมการลูกจ้างไม่ยอมรับปรับเปลี่ยนจากลูกจ้างรายชั่วโมงเป็นลูกจ้างรายเดือน ทั้งที่ลูกจ้างรายเดือนมียอดรายได้สูงกว่าลูกจ้างรายชั่วโมง ลูกจ้างรายชั่วโมงอื่นทุกคนยอมปรับเปลี่ยนแล้ว ทำให้นายจ้างไม่สามารถจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างออนไลน์ผ่านระบบมีเดียเคลียริ่งของธนาคารได้ ทำให้นายจ้างเสียหายและเป็นการขัดขวางการพัฒนาการบริหารค่าจ้างของนายจ้าง (2036/2551)</p>
<p> </p>
<p> </p>
<hr />
<p> </p>
<p><strong>กรณีที่ศาลไม่อนุญาตให้เลิกจ้าง</strong></p>
<p><strong>1.แจกใบปลิวแต่ไม่ผิดระเบียบ</strong><br /> นายจ้างขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างอ้างว่า แจกจ่ายใบปลิวปลุกปั่น ยั่วลูกจ้างอื่นให้เกิดความเข้าใจผิด แต่ปรากฏว่าใบปลิวดังกล่าวเป็นของสหภาพแรงงานและข้อความก็มิได้ผิดระเบียบข้อบังคับที่นายจ้างอ้างแต่ประการใด ศาลไม่อนุญาตให้เลิกจ้าง ( 579/2534 )</p>
<p> <strong>2.อ้างคุณสมบัติไม่เหมาะสม แต่นำสืบว่าขาดทุน</strong><br /> นายจ้างขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างอ้างว่าไม่พอใจผลการทดลองงาน คุณสมบัติไม่เหมาะสม แต่ทางพิจารณากลับนำสืบข้อเท็จจริงว่าขาดทุนต้องลดการผลิตและจำนวนคนงานลง    ศาลไม่อนุญาตให้เลิกจ้าง ( 1459/2524 )</p>
<p> <strong>3.ลากิจ 3 วัน และอยู่รักษาพยาบาลมารดาอีก 12 วัน</strong><br /> กรรมการลูกจ้างได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาให้ลากิจได้ 3 วันเพื่อไปดูแลมารดาซึ่งป่วยอยู่ในต่างจังหวัด ก่อนครบกำหนดลา     ได้โทรเลขมาแจ้งว่ามารดายังไม่หายป่วย และอยู่รักษาพยาบาลมารดาอีก 12 วันเป็นการละทิ้งหน้าที่แต่มีเหตุอันสมควร ศาลไม่อนุญาตให้เลิกจ้าง (3651/2529 )</p>
<p> <strong>4.ลงโทษผิดขั้นตอนตามระเบียบข้อบังคับ</strong><br /> ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างกำหนดขั้นตอนการลงโทษไว้ว่า ความผิดครั้งที่หนึ่ง  ออกหนังสือตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร  ความผิดครั้งที่สองปลดออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย  กรรมการลูกจ้างได้กระทำผิดเป็นครั้งแรก  แม้นายจ้างขออนุญาตเลิกจ้างโดยยินยอมจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ศาลก็ไม่อนุญาตให้เลิกจ้าง ( 1159/2531 )</p>
<p> <strong>5.เอาเหตุความผิดที่เลิกกันแล้วมาลงโทษ</strong><br /> กรรมการลูกจ้างนัดหยุดงานโดยฝ่าฝืนกฎหมายแรงงานสัมพันธ์  แต่หลังจากที่ได้หยุดงานแล้ว สหภาพแรงงานกับนายจ้างตกลงกันได้และทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างใหม่ โดยนายจ้างตกลงไม่กลั่นแกล้งพนักงานทุกคนที่นัดหยุดงาน อันมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ถือได้ว่านายจ้างจะไม่เอาเหตุที่กรรมการลูกจ้างได้นัดหยุดงานนั้นเป็นเหตุเลิกจ้างศาลไม่อนุญาตให้เลิกจ้าง ( 6232/2534 )</p>
<p> <strong>6.อ้างเศรษฐกิจถดถอยและมีวันลามาก</strong><br /> เมื่อไม่มาปรากฏว่าลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างได้กระทำผิดใดๆ ถึงขั้นเลิกจ้าง คงมีเหตุเพียงว่าสภาพการผลิตสินค้าของนายจ้างลดลงเพราะเศรษฐกิจถดถอย นายจ้างต้องลดอัตรากำลังลูกจ้างเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยไม่ปรากฏว่ากิจการของนายจ้างขาดทุนหรือต้องยุบหน่วยงาน การที่นายจ้างแก้ไขปัญหาด้วยการเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง    เพราะเหตุที่มีวันลาย้อนหลังไป 3 ปี รวมกันเกิน 45 วัน โดยไม่ปรากฏว่าการลาในรอบปีของลูกจ้างดังกล่าวไม่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับ เช่นนี้ถือว่านายจ้างยังไม่มีเหตุผลสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ ( 4511-4512/2541 )</p>
<p> <strong>7.อ้างเหตุเมื่อ 3 ปีก่อน</strong><br /> นายจ้างทราบมูลเหตุการกระทำของกรรมการลูกจ้างที่อ้างว่าเป็นการกระทำผิดต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง     ทั้งนายจ้างก็ได้ดำเนินการย้ายตำแหน่งของกรรมการลูกจ้างมาอยู่ในตำแหน่งงานที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินอีกต่อไปก่อนที่จะยื่นคำร้องถึง 3 ปี ต้องถือว่านายจ้างไม่ติดใจที่จะลงโทษเกี่ยวกับการกระทำของกรรมการลูกจ้างที่อ้างว่ากระทำผิดนั้นอีกต่อไปแล้ว นายจ้างไม่อาจอ้างกระทำนั้นมาเป็นเหตุที่จะขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างดังกล่าวได้ ( 1245/2547 )</p>
<hr />
<p> </p>
<p> </p>
<p><strong><br /></strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดีแรงงาน</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 May 2013 20:53:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4-2/</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>สรุปขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดีแรงงาน</strong><br /><br />1.กระบวนการพิจารณาคดีแรงงานใช้ระบบไต่สวน(ไม่ใช่ระบบกล่าวหา)<br /><br />2.องค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดีแรงงาน มีลักษณะเป็นไตรภาคี<br /> -ผู้พิพากษาจากข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม<br /> -ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้าง<br /> -ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้าง</p> <p><br />3.การฟ้องคดีแรงงาน ไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม เหมือนคดีแพ่งในศาลยุติธรรมทั่วไป<br /><br />4.คดีแรงงานเข้าสู่การพิจารณาได้ 2 ทาง<br /> -ผู้เสียหายปรึกษาและมอบหมายแต่งตั้งทนายความให้ฟ้องคดีแทน<br /> -ผู้เสียหายเข้าพบปรึกษาขอคำแนะนำการฟ้องคดีกับนิติกรของศาลแรงงาน</p> ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สรุปขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดีแรงงาน</strong></p>
<p>1.กระบวนการพิจารณาคดีแรงงานใช้ระบบไต่สวน(ไม่ใช่ระบบกล่าวหา)</p>
<p>2.องค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดีแรงงาน มีลักษณะเป็นไตรภาคี<br /> -ผู้พิพากษาจากข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม<br /> -ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้าง<br /> -ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้าง</p>
<p>3.การฟ้องคดีแรงงาน ไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม เหมือนคดีแพ่งในศาลยุติธรรมทั่วไป</p>
<p>4.คดีแรงงานเข้าสู่การพิจารณาได้ 2 ทาง<br /> -ผู้เสียหายปรึกษาและมอบหมายแต่งตั้งทนายความให้ฟ้องคดีแทน<br /> -ผู้เสียหายเข้าพบปรึกษาขอคำแนะนำการฟ้องคดีกับนิติกรของศาลแรงงาน</p>
<p>5.ประเด็นปัญหาที่มักนำมาฟ้องร้องเรียกความเป็นธรรมต่อศาลแรงงาน<br /> -ฟ้องเรียกค่าชดเชยหรือค่าชดเชยพิเศษ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.118,ม.122<br /> -ฟ้องเรียกเงินค้ำประกันการทำงานจากนายจ้าง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.10<br />-ฟ้องเรียกร้องค่าจ้าง,ค่าล่วงเวลา,ค่าทำงานในวันหยุด,ค่าล่วงเวลาในวันหยุดพร้อมดอกเบี้ย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.9 และมาตรา 70<br /> -ฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ม.125<br /> -ฟ้องให้ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.123,ม.125<br /> -ฟ้องเรียกสินจ้างแทนบอกกล่าวล่วงหน้า ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.17,ป.พ.พ. ม.582,ม.583<br /> -ฟ้องให้ปฏิบัติตามข้อตกลง เกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ม.10,ม.12<br /> -ร้องขออนุญาตลงโทษหรือเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง ตามพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ม..52 <br />-ฟ้องขอให้เพิกถอนหรือให้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ในเรื่องการกระทำ  อันไม่เป็นธรรม ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ม.121,ม.124<br /> -ฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ม.49</p>
<p>6.เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน และศาลรับฟ้องแล้ว<br /> -คดีจะถูกส่งไปสู่ศูนย์ไกล่เกลี่ย เพื่อนัดวันพิจารณาไกล่เกลี่ยก่อน<br />-หากไม่สามารถเจรจาเพื่อหาข้อยุติได้ คดีจะถูกส่งไปสู่กระบวนการพิจารณาของศาลโดยองค์คณะ ผู้พิพากษา<br /> -องค์คณะผู้พิพากษาจะไกล่เกลี่ยอีกครั้ง</p>
<p>-หากยังไม่สามารถบรรลุข้อยุติ ศาลจะพิจารณากำหนดประเด็นและนัดสืบพยาน ซึ่งศาลอาจจะ กำหนดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำพยานเข้าสืบก่อนหรือหลังก็ได้ แล้วแต่กรณี</p>
<p>7.ถึงวันพิจารณาคดี ถ้าฝ่ายจำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาล ศาลจะพิจารณาคดีของโจทก์ โดยให้โจทก์      สืบพยานไปฝ่ายเดียว แล้วมีคำพิพากษา</p>
<p>8.ถึงวันพิจารณาคดี ถ้าฝ่ายโจทก์ทราบนัดแล้วไม่มาศาล ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ</p>
<p>9.คู่ความอาจจะยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้นำคดีเข้าสู่การพิจารณาใหม่ภายใน 7 วัน หากมีเหตุผลที่ศาลรับฟังได้ ศาลจะอนุญาต ให้นำคดีกลับมาพิจารณาใหม่</p>
<p>10.ก่อนคดีจะมีคำพิพากษา คู่ความสามารถเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อหาข้อยุติ หรือคู่ความสามารถยื่นคำร้องต่อศาลให้โอนคดี ไปพิจารณาศาลแรงงานอื่น หากศาลที่จะโอนไปยอมรับ หากไม่ยอมรับต้องส่งให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้พิจารณา การพิจารณาของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางถือเป็นที่สุด</p>
<p>11.การสืบพยานคดีแรงงาน ศาลจะเป็นผู้ซักถามพยาน หากทนายความทั้งสองฝ่าย ประสงค์จะถามพยานต้องขอและได้รับอนุญาตจากศาลก่อน</p>
<p>12.ผู้พิพากษาสมทบ หากมีข้อสงสัยบางประเด็นและต้องการจะซักถามพยาน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงสมบูรณ์ก็ขออนุญาตต่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนั้น</p>
<p>13.คดีแรงงานเป็นคดีแพ่ง แต่บางประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานม.144,ม.159 เช่น<br /> -การค้างจ่ายค่าจ้าง<br /> -การค้างชำระเงินค่าประกันการทำงาน<br /> -การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน(และไม่ฟ้องเพิกถอนคำสั่ง)</p>
<p>14.หากมีคำพิพากษาแล้วไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา อาจถูกบังคับคดีด้วยการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน</p>
<p>15.การอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลแรงงาน สามารถอุทธรณ์ได้เฉพาะในข้อกฎหมายเท่านั้น ถ้าเป็นประเด็นข้อเท็จจริง ไม่สามารถอุทธรณ์ได้ และต้องอุทธรณ์คำพิพากษาภายใน 15 วัน หลังทราบคำพิพากษา (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ม.54,ม.58</p>
<p> ————————————————————————————————————————————————————</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หากพนักงานคนใดมาทำงานสาย จะสามารถหักเงินได้หรือไม่และถ้าได้ได้เท่าไร</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Nov 2012 21:51:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa-2/</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ฯ ประกาศว่า หากพนักงานคนใดมาทำงานสายเกินกว่าครึ่งชั่วโมง จะหักค่าจ้างครึ่งวันและหากมาทำงานสายเกินกว่าครึ่งวัน จะไม่จ่ายค่าจ้างในวันนั้นสามารถทำได้หรือไม่</p> ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท ฯ ประกาศว่า หากพนักงานคนใดมาทำงานสายเกินกว่าครึ่งชั่วโมง จะหักค่าจ้างครึ่งวันและหากมาทำงานสายเกินกว่าครึ่งวัน จะไม่จ่ายค่าจ้างในวันนั้นสามารถทำได้หรือไม่</p>
<p>การหักค่าจ้างของลูกจ้าง นายจ้างจะกระทำได้เฉพาะที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานบัญญัติไว้ในมาตรา 76 เท่านั้น ยกตัวอย่าง เช่น หักเพื่อชำระภาษีเงินได้ ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานฯ ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ เป็นเงินประกัน เงินสะสมตามข้อตกลง โดยที่ลูกจ้างให้การตกลงยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร จากบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ให้อำนาจนายจ้างในการลงโทษที่มาทำงานสายโดยหักค่าจ้างเลยดังนั้นหากลูกจ้างมาทำงานสาย นายจ้างควรพิจารณาหามาตรการลงโทษตามระเบียบข้อบังคับการทำงานของบริษัทฯ ต่อไป และนายจ้างสามารถที่จะไม่จ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างเท่าที่ลูกจ้างไม่ทำงานให้กับนายจ้าง</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริษัทเรียกเก็บเงินประกันได้ทุกตำแหน่งหรือไม่  หากเรียกเก็บเงินประกันได้จะเก็บได้เป็นเท่าใด</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Nov 2012 21:41:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0-2/</guid>

					<description><![CDATA[บริษัท ฯ ซึ่งเป็นนายจ้างเรียกเก็บเงินประกันจากลูกจ.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท ฯ ซึ่งเป็นนายจ้างเรียกเก็บเงินประกันจากลูกจ้างได้เฉพาะลักษณะหรือสภาพของงานที่ลูกจ้างทำนั้นต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้อันได้แก่ งานสมุห์บัญชี งานพนักงานเก็บหรือจ่ายเงิน งานเฝ้าหรือดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินของนายจ้าง หรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายจ้าง งานติดตามหรือเร่งรัดหนี้สิน งานควบคุมหรือรับผิดชอบยานพาหนะ และงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อขาย แลกเปลี่ยนให้เช่าทรัพย์ ให้เช่าซื้อ ให้กู้ยืม รับฝากทรัพย์ รับจำนอง รับจำนำ เก็บของในคลังสินค้า รับประกันภัย รับโอนหรือรับจัดส่งเงินประกันจากลูกจ้างที่มีลักษณะหรือสภาพของงานตามที่กล่าวมาแล้วนั้น เงินประกันที่เรียกเก็บได้จะต้องไม่เกิน 60 เท่า ของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับในวันที่นายจ้างรับเงินประกัน และต้องนำเงินประกันที่รับจากลูกจ้างไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น โดยจัดให้มีบัญชีเงินฝากของลูกจ้างแต่ละคน และแจ้งให้ลูกจ้างทราบ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การฝ่าฝืนข้อบังคับอีกซํ้าข้อเดียวกันและฝ่าฝืนข้อบังคับอีกแต่คนละข้อ แตกต่างกันอย่างไร</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8b%e0%b9%8d%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Nov 2012 21:09:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8b%e0%b9%8d%e0%b9%89%e0%b8%b2/</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong><br /></strong></p> <p><br />นายดำและนายแดงเป็นลูกจ้างของบริษัทเขียวเกษตร จำกัด ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2552 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2554 ในระหว่างเวลาทำงาน นายดำออกไปทำธุระนอกที่ทำงานโดยมิได้ลากิจให้ถูกต้อง บริษัท เขียวเกษตร จำกัด มีหนังสือเตือนนายดำในการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าว หนังสือเตือนลงวันที่ 30 มกราคม 2554 ต่อมานายดำไม่ไปทำงานวันที่ 20 และ 21 มกราคม 2554 โดยไม่ได้แจ้งให้หัวหน้าทราบ แต่ในวันที่ 22 มกราคม 2554 นายดำมาทำงานปกติอ้างว่าที่ไม่มาทำงานเพราะปวดท้อง ขอลาป่วย แต่ไม่ยื่นหนังสือลาป่วยและไม่มีใบรับรองของแพทย์ ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท ส่วนนายแดงไม่พอใจนายจันทร์ซึ่งเป็นหัวหน้างานที่นำเรื่องการกระทำความผิดของนายดำไปฟ้องผู้จัดการบริษัทเขียวเกษตร จำกัด จึงไปต่อว่าและร้องตะโกนด่านายจันทร์ต่อหน้าลูกจ้างคนอื่นๆ ผู้จัดการเรียกนายแดงมาพบ นายแดงได้ขอโทษเรื่องอารมณ์ร้อนและขอขมาโทษต่อนายจันทร์ และได้ทำหนังสือยอมรับผิดมีข้อความว่า นายแดงรับว่าได้ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท จะปรับปรุงแก้ไขตนเองไม่กระทำความดังกล่าวอีก หนังสือยอมรับผิดของนายแดงลงวันที่ 30 มกราคม 2554 ผู้จัดการรับหนังสือยอมรับผิดของนายแดงไว้และมีคำสั่งย้ายนายแดงไปทำงานแผนกอื่นแทน หลังจากย้ายแผนกทำงานได้ 10 เดือน นายแดงก็เกิดเหตุโต้เถียงกับนายอังคารซึ่งเป็นหัวหน้างานคนใหม่และร้องตะโกนด่าทอนายอังคารต่อหน้าลูกจ้างคนอื่นๆอีก<br />ให้วินิจฉัยว่า บริษัทเขียวเกษตร จำกัด จะเลิกจ้างนายดำและนายแดงโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่<br /><br /></p> ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><br /></strong></p>
<p>นายดำและนายแดงเป็นลูกจ้างของบริษัทเขียวเกษตร จำกัด ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2552 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2554 ในระหว่างเวลาทำงาน นายดำออกไปทำธุระนอกที่ทำงานโดยมิได้ลากิจให้ถูกต้อง บริษัท เขียวเกษตร จำกัด มีหนังสือเตือนนายดำในการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าว หนังสือเตือนลงวันที่ 30 มกราคม 2554 ต่อมานายดำไม่ไปทำงานวันที่ 20 และ 21 มกราคม 2554 โดยไม่ได้แจ้งให้หัวหน้าทราบ แต่ในวันที่ 22 มกราคม 2554 นายดำมาทำงานปกติอ้างว่าที่ไม่มาทำงานเพราะปวดท้อง ขอลาป่วย แต่ไม่ยื่นหนังสือลาป่วยและไม่มีใบรับรองของแพทย์ ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท ส่วนนายแดงไม่พอใจนายจันทร์ซึ่งเป็นหัวหน้างานที่นำเรื่องการกระทำความผิดของนายดำไปฟ้องผู้จัดการบริษัทเขียวเกษตร จำกัด จึงไปต่อว่าและร้องตะโกนด่านายจันทร์ต่อหน้าลูกจ้างคนอื่นๆ ผู้จัดการเรียกนายแดงมาพบ นายแดงได้ขอโทษเรื่องอารมณ์ร้อนและขอขมาโทษต่อนายจันทร์ และได้ทำหนังสือยอมรับผิดมีข้อความว่า นายแดงรับว่าได้ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท จะปรับปรุงแก้ไขตนเองไม่กระทำความดังกล่าวอีก หนังสือยอมรับผิดของนายแดงลงวันที่ 30 มกราคม 2554 ผู้จัดการรับหนังสือยอมรับผิดของนายแดงไว้และมีคำสั่งย้ายนายแดงไปทำงานแผนกอื่นแทน หลังจากย้ายแผนกทำงานได้ 10 เดือน นายแดงก็เกิดเหตุโต้เถียงกับนายอังคารซึ่งเป็นหัวหน้างานคนใหม่และร้องตะโกนด่าทอนายอังคารต่อหน้าลูกจ้างคนอื่นๆอีก<br />ให้วินิจฉัยว่า บริษัทเขียวเกษตร จำกัด จะเลิกจ้างนายดำและนายแดงโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่</p>
<hr />
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 16pt; line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;;" lang="TH"> </span></strong></p>
<p>พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119(4) นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำความผิด<br /> กรณีของนายดำ การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครั้งแรกเป็นเรื่องลากิจไม่ถูกต้อง ส่วนการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครั้งหลังเป็นเรื่องลาป่วยไม่ถูกต้อง เป็นคนละเรื่องกัน การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายดำครั้งหลัง จึงมิใช่เป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน นอกจากนี้หนังสือเตือนในการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครั้งแรกของนายดำก็สิ้นผลบังคับไปแล้ว เพราะหนังสือเตือนมีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด มิใช่นับแต่วันที่นายจ้างออกหนังสือเตือน บริษัทเขียวเกษตร จำกัด จะเลิกจ้างนายดำโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 6910/2546)<br /> กรณีของนายแดง แม้การที่นายแดงร้องตะโกนด่านายจันทร์และนายอังคารจะเป็นการกระทำต่อหัวหน้างานคนละคนกัน แต่ก็เป็นการกระทำผิดในเหตุเดียวกัน การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายแดงครั้งหลังเป็นการกระทำผิดซ้ำกับการกระทำครั้งแรก แต่หนังสือยินยอมรับผิดของนายแดงที่รับว่า นายแดงได้กระทำผิดและจะปรับปรุงแก้ไขตนเอง จะไม่กระทำผิดอีกนั้น มิใช่หนังสือเตือนของนายจ้าง ดังนั้นแม้นายแดงจะกระทำผิดครั้งหลังภายใน 1 ปี ก็ตาม ก็ไม่ถือว่านายแดงกระทำผิดซ้ำคำเตือน ฉะนั้น บริษัทเขียวเกษตร จำกัด จะเลิกจ้างนายแดงโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้เช่นเดียวกัน(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 7353/2544)</p>
<hr />
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size:16.0pt;line-height:115%; font-family:&quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;;mso-ascii-theme-font:major-bidi;mso-hansi-theme-font: major-bidi;mso-bidi-theme-font:major-bidi" lang="TH">งคำตอบ</span></strong><strong> </strong></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16.0pt;line-height:115%; font-family:&quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;;mso-ascii-theme-font:major-bidi;mso-hansi-theme-font: major-bidi;mso-bidi-theme-font:major-bidi" lang="TH"><span style="mso-tab-count:1"> </span>พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119(4) นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำความผิด</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16.0pt;line-height:115%; font-family:&quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;;mso-ascii-theme-font:major-bidi;mso-hansi-theme-font: major-bidi;mso-bidi-theme-font:major-bidi" lang="TH"><span style="mso-tab-count:1"> </span>กรณีของนายดำ การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครั้งแรกเป็นเรื่องลากิจไม่ถูกต้อง ส่วนการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครั้งหลังเป็นเรื่องลาป่วยไม่ถูกต้อง เป็นคนละเรื่องกัน การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายดำครั้งหลัง จึงมิใช่เป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน นอกจากนี้หนังสือเตือนในการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานครั้งแรกของนายดำก็สิ้นผลบังคับไปแล้ว เพราะหนังสือเตือนมีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด มิใช่นับแต่วันที่นายจ้างออกหนังสือเตือน บริษัทเขียวเกษตร จำกัด จะเลิกจ้างนายดำโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 6910/2546)</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size:16.0pt;line-height:115%; font-family:&quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;;mso-ascii-theme-font:major-bidi;mso-hansi-theme-font: major-bidi;mso-bidi-theme-font:major-bidi" lang="TH"><span style="mso-tab-count:1"> </span>กรณีของนายแดง แม้การที่นายแดงร้องตะโกนด่านายจันทร์และนายอังคารจะเป็นการกระทำต่อหัวหน้างานคนละคนกัน แต่ก็เป็นการกระทำผิดในเหตุเดียวกัน การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายแดงครั้งหลังเป็นการกระทำผิดซ้ำกับการกระทำครั้งแรก แต่หนังสือยินยอมรับผิดของนายแดงที่รับว่า นายแดงได้กระทำผิดและจะปรับปรุงแก้ไขตนเอง จะไม่กระทำผิดอีกนั้น มิใช่หนังสือเตือนของนายจ้าง ดังนั้นแม้นายแดงจะกระทำผิดครั้งหลังภายใน 1 ปี ก็ตาม ก็ไม่ถือว่านายแดงกระทำผิดซ้ำคำเตือน ฉะนั้น บริษัทเขียวเกษตร จำกัด จะเลิกจ้างนายแดงโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้เช่นเดียวกัน(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 7353/2544)</span></p>
</p></div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมา 10 เดือน แล้วออกไปทำกิจการของตัวเอง จะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพหรือไม่</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%97/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Nov 2012 02:41:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%97/</guid>

					<description><![CDATA[จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อน เท่ากับจำนวน.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อน เท่ากับจำนวนเงินสมทบเฉพาะส่วนของผู้ประกันตนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพเมื่อครบอายุ 55 ปีบริบูรณ์</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้ประกันตนที่ว่างงาน จะต้องไปยื่นเรื่องขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานที่สำนักประกันสังคมที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ใช่หรือไม่</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Nov 2012 02:39:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88/</guid>

					<description><![CDATA[สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ผู้ประกันตนต้องไปยื่นเรื่.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ผู้ประกันตนต้องไปยื่นเรื่องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงานที่สำนักจัดหางานของรัฐภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลาออกหรือถูกเลิกจ้างหรือสิ้นสุดสัญญา</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำงานและส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมได้เพียง 1 ปี หากลาออกจะได้รับสิทธิกรณีว่างงานหรือไม่</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Nov 2012 02:37:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89/</guid>

					<description><![CDATA[ผู้ประกันตนที่ส่งเงินมาสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดื.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผู้ประกันตนที่ส่งเงินมาสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงานหากลาออกจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในระหว่างการว่างงานในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบ ครั้งละไม่เกิน 90 วัน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
