<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๓๕๔/๒๕๖๑ สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน &#8211; ทนายแรงงาน ไพบูลย์นิติ ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน</title>
	<atom:link href="https://paiboonniti.com/%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%93%E0%B9%95%E0%B9%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://paiboonniti.com</link>
	<description>ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน ทนายแรงงาน อบรมกฎหมายแรงงาน ฎีกาแรงงาน ที่นี่ที่เดียวครบ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 20 Oct 2020 03:29:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2019/04/cropped-logo1-32x32.png</url>
	<title>คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๓๕๔/๒๕๖๑ สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน &#8211; ทนายแรงงาน ไพบูลย์นิติ ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน</title>
	<link>https://paiboonniti.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ฎีกาแรงงาน : คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๓๕๔/๒๕๖๑ สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%93%e0%b9%95%e0%b9%94/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2020 08:51:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ฎีกาแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๓๕๔/๒๕๖๑ สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/?p=2200</guid>

					<description><![CDATA[คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๓๕๔/๒๕๖๑ ฎีกาแรงงาน เรื่อง   .]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๓๕๔/๒๕๖๑ ฎีกาแรงงาน</strong></p>
<p><strong>เรื่อง      สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน<u>ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียทั้งหมดโดยไม่จำกัดวงเงิน </u>ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงฯ <u>มีผลให้สัญญาค้ำประกันตกเป็นโมฆะ</u>ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐ ใช้บังคับมิได้ ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิด</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>1.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จ้างนาย บ. เป็นลูกจ้างจำเลย ให้ทำงานตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ค่าจ้างเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ระหว่างการทำงานนาย บ. ลูกจ้างโจทก์ ได้นำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเป็นเงิน ๑๗๑,๓๗๒.๗๐ ต่อมาวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕  นาย บ. ถึงแก่ความตาย  จำเลยทั้งสองในฐานะเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของนาย บ. ต้องรับผิด ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันรับผิดชดใช้เงิน ๑๗๑,๓๗๒.๗๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จำเลยทั้งสองให้การว่าสัญญาจ้างแรงงานเป็นโมฆะ จำเลยทั้งสองจึงหลุดพ้น โจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๗ คดีจึงขาดอายุความ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์คนละ ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์</p>
<p>2.ประเด็นว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า <u>ก่อนที่จะวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง เห็นควรวินิจฉัยความสมบูรณ์ของสัญญาค้ำประกันบุคคลเข้าทำงานก่อน</u> พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๕๑ ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐ แห่งพระรราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียนร้อยของประชาชนประกาศข้อ ๑๐ วรรคหนึ่ง กำหนดว่า วงเงินค้ำประกันที่นายจ้างเรียกให้ผู้ค้ำประกันรับผิดต้องไม่เกิน ๖๐ เท่า ของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างไม่รับ โดยปราศจากข้อ ๑๐ วรรคสอง กำหนดให้นายจ้างทำหนังสือค้ำประกัน ๓ ฉบับ ให้นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ค้ำประกันเป็นฝ่ายละฉบับ เห็นได้ว่า ประกาศดังกล่าวกำหนดให้การทำสัญญาค้ำประกันต้องกำหนดวงเงินสัญญาค้ำประกันที่นายจ้างเรียกให้ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่เกิน ๖๐ เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับ <strong><u>ไม่ได้ให้นายจ้างทำสัญญากำหนดวงเงินให้ผู้ค้ำประกันรับผิดเพียงใดหรือไม่จำกัดวงเงินความรับผิดของผู้ค้ำประกันกู้ได้ </u></strong>การที่สัญญาค้ำประกันการทำงาน กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกันไว้ว่า ยอมรับผิดชดใช้หนี้สินและหรือค่าเสียหายทั้งหมดให้แก่ผู้ว่าจ้างในกรณีที่ผู้รับจ้างได้ก่อหนี้สินหรือกระทำการใด ๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ว่าจ้าง เป็นการกำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกันโดยไม่จำกัดวงเงิน <strong><u>จึงเป็นกรณีที่นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันโดยการค้ำประกันด้วยบุคคล เป็นวงเงินเกินกว่า ๖๐ เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับ </u></strong>อันเป็นการฝ่าฝืนต่อประกาศดังกล่าว ซึ่งมีผลบังคับแล้วก่อนมีการทำสัญญาค้ำประกันการทำงาน สัญญาค้ำประกันตามฟ้อง<strong><u>จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐ </u></strong>โจทก์จึงไม่อาจอ้างเอาประโยชน์จากสัญญาค้ำประกันทั้งสองฉบับดังกล่าวให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ได้ ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาหยิบยกวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบมาตรา ๒๔๖ และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวีธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฎีกาแรงงาน: คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๓๕๔/๒๕๖๑ สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำ</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%93%e0%b9%95-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2020 08:59:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ฎีกาแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๓๕๔/๒๕๖๑ สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/?p=2213</guid>

					<description><![CDATA[เรื่อง      สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เรื่อง      สัญญาค้ำประกันที่กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน<u>ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียทั้งหมดโดยไม่จำกัดวงเงิน </u>ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงฯ <u>มีผลให้สัญญาค้ำประกันตกเป็นโมฆะ</u>ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐ ใช้บังคับมิได้ ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิด</strong></p>
<p>1.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จ้างนาย บ. เป็นลูกจ้างจำเลย ให้ทำงานตำแหน่งผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ค่าจ้างเดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ระหว่างการทำงานนาย บ. ลูกจ้างโจทก์ ได้นำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเป็นเงิน ๑๗๑,๓๗๒.๗๐ ต่อมาวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕  นาย บ. ถึงแก่ความตาย  จำเลยทั้งสองในฐานะเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของนาย บ. ต้องรับผิด ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันรับผิดชดใช้เงิน ๑๗๑,๓๗๒.๗๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จำเลยทั้งสองให้การว่าสัญญาจ้างแรงงานเป็นโมฆะ จำเลยทั้งสองจึงหลุดพ้น โจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๗ คดีจึงขาดอายุความ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์คนละ ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์</p>
<p>2.ประเด็นว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า <u>ก่อนที่จะวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง เห็นควรวินิจฉัยความสมบูรณ์ของสัญญาค้ำประกันบุคคลเข้าทำงานก่อน</u> พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๕๑ ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียนร้อยของประชาชนประกาศข้อ ๑๐ วรรคหนึ่ง กำหนดว่า วงเงินค้ำประกันที่นายจ้างเรียกให้ผู้ค้ำประกันรับผิดต้องไม่เกิน ๖๐ เท่า ของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างไม่รับ โดยปราศจากข้อ ๑๐ วรรคสอง กำหนดให้นายจ้างทำหนังสือค้ำประกัน ๓ ฉบับ ให้นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ค้ำประกันเป็นฝ่ายละฉบับ เห็นได้ว่า ประกาศดังกล่าวกำหนดให้การทำสัญญาค้ำประกันต้องกำหนดวงเงินสัญญาค้ำประกันที่นายจ้างเรียกให้ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่เกิน ๖๐ เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับ <strong><u>ไม่ได้ให้นายจ้างทำสัญญากำหนดวงเงินให้ผู้ค้ำประกันรับผิดเพียงใดหรือไม่จำกัดวงเงินความรับผิดของผู้ค้ำประกันกู้ได้ </u></strong>การที่สัญญาค้ำประกันการทำงาน กำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกันไว้ว่า ยอมรับผิดชดใช้หนี้สินและหรือค่าเสียหายทั้งหมดให้แก่ผู้ว่าจ้างในกรณีที่ผู้รับจ้างได้ก่อหนี้สินหรือกระทำการใด ๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ว่าจ้าง เป็นการกำหนดความรับผิดของผู้ค้ำประกันโดยไม่จำกัดวงเงิน <strong><u>จึงเป็นกรณีที่นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันโดยการค้ำประกันด้วยบุคคล เป็นวงเงินเกินกว่า ๖๐ เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับ </u></strong>อันเป็นการฝ่าฝืนต่อประกาศดังกล่าว ซึ่งมีผลบังคับแล้วก่อนมีการทำสัญญาค้ำประกันการทำงาน สัญญาค้ำประกันตามฟ้อง<strong><u>จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐ </u></strong>โจทก์จึงไม่อาจอ้างเอาประโยชน์จากสัญญาค้ำประกันทั้งสองฉบับดังกล่าวให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ได้ ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาหยิบยกวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบมาตรา ๒๔๖ และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวีธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์</p>
<p>Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї</p>
<p>รวบรวมโดยนายไพบูลย์  ธรรมสถิตย์มั่น <strong>ฎีกาแรงงาน</strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
