<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3598/2561 &#8211; ทนายแรงงาน ไพบูลย์นิติ ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน</title>
	<atom:link href="https://paiboonniti.com/%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-3598-2561/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://paiboonniti.com</link>
	<description>ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน ทนายแรงงาน อบรมกฎหมายแรงงาน ฎีกาแรงงาน ที่นี่ที่เดียวครบ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 20 Oct 2020 03:28:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2019/04/cropped-logo1-32x32.png</url>
	<title>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3598/2561 &#8211; ทนายแรงงาน ไพบูลย์นิติ ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน</title>
	<link>https://paiboonniti.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ฎีกาแรงงาน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3598/2561 เรื่อง ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดว่าสัญญาจ้างแรงงานต้องทำเป็นหนังสือ</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3598-2561-%e0%b9%80%e0%b8%a3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2020 08:46:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ฎีกาแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3598/2561]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/?p=2195</guid>

					<description><![CDATA[คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3598/2561 ฎีกาแรงงาน เรื่อง   .]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3598/2561 ฎีกาแรงงาน</strong></p>
<p><strong>เรื่อง        </strong></p>
<ol>
<li>ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดว่าสัญญาจ้างแรงงานต้องทำเป็นหนังสือ การที่นายจ้างกำหนดอำนาจหน้าที่ให้ผู้จัดการสายงานทรัพยากรมนุษย์เป็นตัวแทนในการลงนามในสัญญาจ้าง สัญญาจ้างจึงผูกพันลูกจ้าง</li>
<li>ข้อสัญญาห้ามลูกจ้างเข้าทำงานกับบริษัทที่มีลักษณะเป็นการค้าแข่งกับบริษัทเมื่อพ้นจากการเป็นพนักงานภายใน 2 ปี มิได้เป็นการห้ามประกอบอาชีพอันเป็นการปิดทางทำมาหาได้อย่างเด็ดขาด จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ลักษณะสิทธิประโยชน์ของคู่กรณีที่เป็นไปโดยชอบในเชิงของการประกอบธุรกิจ จึงมิใช่ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและไม่ขัดต่อกฎหมาย</li>
</ol>
<p>1.โจทก์ฟ้องว่า วันที่ 1 สิงหาคม 2554 โจทก์จ้างจำเลยเข้าทำงานตำแหน่งผู้จัดการโรงงานค่าจ้างสุดท้ายเดือนละ 118,700 บาท โดยจำเลยมีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงงานตามกรรมวิธี การะบวนการ ขั้นตอนการผลิต ในสัญญาว่าจ้างมีข้อสัญญาห้ามจำเลยเข้าทำงานกับบริษัทที่มีลักษณะเป็นการค้าแข่งกับบริษัทในกลุ่มของโจทก์เมื่อพ้นจากการเป็นพนักงานภายใน 2 ปี หากผิดสัญญาต้องชดใช้ค่าเสียหาย ต่อมาวันที่ 1 ธันวาคม 2557 จำเลยลาออก หลักจากนั้นเพียง 1 เดือน จำเลยไปทำงานในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและการค้าของบริษัท จ. จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการผลิตและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรรวมถึงยางพารา การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญา ขอบังคับให้จำเลยลาออกจากการทำงานกับบริษัท จ. กับให้ชดใช้ค่าเสียหายจนกว่าจำเลยจะลาออกโดยใช้ระยะเวลาที่ยังไม่ลาออกคูณด้วยเงินเดือนสุดท้าย 118,700 บาท หรือให้ใช้เงิน 2,848,800 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่มีผลผูกเนื่องจากโจทก์มิได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญบริษัท และเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม</p>
<p>2.ศาลแรงงานภาค 9 พิจารณาแล้ว เห็นว่า ข้อตกลงห้ามจำเลยไปทำงานกับบริษัทอื่นที่มีลักษณะงานเดียวกันกับโจทก์เป็นวิธีการเพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญทางการค้าของผู้ว่าจ้าง การมีข้อห้ามในลักษณะดังกล่าวกับตำแหน่งของลูกจ้างซึ่งอยู่ในตำแหน่งระดับบริหารที่มีโอกาสรับรู้ข้อมูลสำคัญของบริษัทที่ตนทำงานโดยตำแหน่งหน้าที่และมีระยะเวลาห้ามไว้ 2 ปี ข้อตกลงดังกล่าวใช้บังคับได้ จำเลยปฏิบัติผิดข้อตกลงจึงต้องชดใช้ค่าเสียหาย พิพากษาให้ชระเงิน 500,000 บาท คำขออื่นให้ยก<strong>                   </strong></p>
<p><strong>                            3</strong>. จำเลยอุทธรณ์</p>
<p>4. ประเด็นสัญญาจ้างที่ไม่ลงนามโดยกรรมการโจทก์และประทับตราสำคัญมีผลผูกพันจำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดว่าสัญญาจ้างแรงงานต้องทำเป็นหนังสือ การที่โจทก์กำหนดอำนาจหน้าที่ให้นางสาว น. ตำแหน่งผู้จัดการสายงานทรัพยากรมนุษย์เป็นตัวแทนโจทก์ในการลงนามในสัญญาจ้างลูกจ้างรวมทั้งจำเลยด้วย นางสาว น. จึงมีอำนาจลงนามในสัญญาจ้างได้ ซึ่งนับแต่ปี 2554 ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยโต้แย้ง จำเลยยังคงทำงานกับโจทก์ตลอดมาเป็นเวลา 3 ปีเศษ ดังนี้ สัญญาจ้างจึงผูกพันจำเลยส่วนการที่ศาลแรงงานภาค 9 รับฟังแบบกำหนดหน้าที่งานที่กำหนดให้นางสาว น. ตัวแทนโจทก์ในการลงนามในสัญญาจ้าง ก็เป็นกรณีที่ศาลแรงงานภาค 9 รับฟังได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ให้อำนาจศาลแรงงานในการเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมในอันที่จะให้ได้ความชัดเจน แม้โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้และจำเลยได้โต้แย้งแล้วก็ตาม อุทธรณ์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น</p>
<p>5. ประเด็นว่าสัญญาเป็นธรรมหรือไม่ เห็นว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวเป็นเพียงข้อจำกัดห้ามการประกอบอาชีพในกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับโจทก์เท่านั้น มิได้เป็นการห้ามประกอบอาชีพอันเป็นการปิดทางทำมาหาได้ของจำเลยอย่างเด็ดขาด และจำเลยก็สามารถที่จะประกอบอาชีพหรือทำงานในบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการขายสินค้าหรือบริการอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากข้อตกลงนี้ได้ลักษณะของข้อตกลงที่ก่อให้เกิดหนี้ในการงดเว้นการกระทำตามที่กำหนดโดยความสมัครใจของคู่กรณีเช่นนี้ไม่ใช่การตัดการประกอบอาชีพของจำเลยทั้งหมดเสียทีเดียว เพียงแต่เป็นการห้ามประกอบอาชีพบางอย่างที่มีลักษณะเป็นการแข่งขับกับโจทก์เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ประกอบกับจำเลยทำงานกับโจทก์ในตำแหน่งผู้จัดการโรงงานซึ่งมีตำแหน่งบริหาร ย่อมมีโอกาสรู้ข้อมูลสำคัญในการประกอบธุรกิจของโจทก์ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่รักษาสิทธิประโยชน์ของคู่กรณีที่เป็นไปโดยชอบในเชิงของการประกอบธุรกิจ ข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและไม่ขัดต่อกฎหมาย ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์เกี่ยวกับการกำหนดค่าเสียหายนั้น เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง (เดิม) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน</p>
<p>Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї</p>
<p>รวบรวมโดยนายไพบูลย์  ธรรมสถิตย์มั่น<br />
www.paiboonniti.com <strong>ฎีกาแรงงาน</strong></p>
<p>Code 96</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
