<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คำพิพากษาฎีกาที่ 3143/2561 &#8211; ทนายแรงงาน ไพบูลย์นิติ ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน</title>
	<atom:link href="https://paiboonniti.com/%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-3143-2561/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://paiboonniti.com</link>
	<description>ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน ทนายแรงงาน อบรมกฎหมายแรงงาน ฎีกาแรงงาน ที่นี่ที่เดียวครบ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Oct 2020 08:30:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://paiboonniti.com/wp-content/uploads/2019/04/cropped-logo1-32x32.png</url>
	<title>คำพิพากษาฎีกาที่ 3143/2561 &#8211; ทนายแรงงาน ไพบูลย์นิติ ที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน</title>
	<link>https://paiboonniti.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คำพิพากษาฎีกาที่ 3143/2561</title>
		<link>https://paiboonniti.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3143-2561/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Feb 2020 08:29:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ฎีกาแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพิพากษาฎีกาที่ 3143/2561]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.paiboonniti.com/?p=2174</guid>

					<description><![CDATA[คำพิพากษาฎีกาที่ 3143/2561 (ขออนุญาตเลิกจ้างกรรมกา.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><strong>คำพิพากษาฎีกาที่ 3143/2561 (ขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการเลิกจ้าง)</strong><br />
<strong>เรื่อง การที่ศาลแรงงานมีคำสั่งโดยมิได้กำหนกการไต่สวนให้ได้ตวามตามข้อเท็จจริงและยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นตามที่ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านไว้ คำสั่งศาลแรงงานจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานดำเนินการไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงเพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาด แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี</strong></p>
<p>1.คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องว่า ผุ้คัดค้านเป็นลูกจ้าง ตำแหน่งพนักงานปฏิบัติการแผนกผลิต ผู้คัดค้านเป็นกรรมการสหภาพฯ และเป็นกรรมการลูกจ้าง ผู้คัดค้านละทิ้งหน้าที่หลายครั้ง โดยผู้ร้องมีประกาศเน้นย้ำเกี่ยวกับเวลาทำงานและเวลาพักเพื่อให้ผู้คัดค้านและพนักงานอื่นปฏิบัติโดยเคร่งครัด ผู้คัดค้านกลับไม่ยำเกรงจงใจฝ่าฝืนด้วยการละทิ้งหน้าที่และยังฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ผู้คัดค้านเคยถูกตักเตือนด้วยวาจา และตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้ว การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน กระทำการเป็นปรปักษ์และท้าทาย ขออนุญาตเลิกจ้าง ผู้คัดค้านให้การคัดค้านว่า ผู้ร้องออกประกาศเวลาพักใหม่โดยผู้คัดค้านไม่ยินยอมไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเปลี่ยนแปลงสหภาพการจ้างที่ไม่เป็นธรรมและไม่เหมาะสม ผู้คัดค้านจึงไม่ปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว ไม่ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ ศาลแรงงานภาค 2 วินิจฉัยแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างได้ ผู้คัดค้านอุทธรณ์<br />
2.ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ผู้ร้องใช้สิทธิทางศาลยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาติให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้าน อันเป็นการเสนอคดีฝ่ายเดียวซึ่งผู้ร้องจะต้องนำพยานหลักฐานมาแสดงให้ศาลเห็นว่ามีเหตุตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างเกิดขึ้นจริงและเหตุนั้นเป็นเหตุที่สมควรจะอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ เว้นเสียแต่ว่าผู้คัดค้านยอมรับในข้อเท็จจริงใด ศาลอาจอาจรับฟังข้อเท็จจริงนั้น โดยผู้ร้องไม่ต้องนำพยานหลักฐานมาแสดงทั้งนี้ผู้คัดค้านจะยื่นคำคัดค้านเข้ามาหรือไม่ก็ได้ แต่ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานภาค 2 นำมาวินิจฉัยและมีคำสั่งในคดีนี้นั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามคำร้องของผู้ร้อง คำแถลงของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่แถลงในวันนัดพิจารณาและตามเอกสารที่ผู้ร้องอ้างส่งต่อศาลเท่านั้น ซึ่งคดีนี้ผู้คัดค้านยื่นคัดค้านว่าการกระทำของผู้คัดค้านไม่ถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่ เนื่องจากปรพกาศกำหนดเวลาพักเป็นการเปลี่ยนแปลงสหภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกำหนดเวลาทำงานไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเวลาทำงานและเวลาพักจึงยังไม่อาจรับฟังเป็นยุติได้ ดังนั้น ข้อเท็จจริงดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะนำมาวินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของผู้คัดค้านได้ว่าเป็นการกระทำของผู้คัดค้านเป็นการละทิ้งหน้าที่หรือไม่ ดังนั้น ศาลแรงงานภาค 2 จึงชอบที่จะไต่สวนให้ได้ความว่า วันเวลาทำงานปกติ เวลาพัก การเข้าและออกจากจุดที่ทำงานที่มีการปฏิบัติกันมาระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นอย่างไร มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแล้วผู้คัดค้านปฏิบัติตามมาตลอดโดยมีการโต้แย้งหรือไม่อย่างไรมีเหตุการณ์ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าไม่ถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่ตามคำคัดค้านหรือไม่อย่างไร และมีการออกหนหรือไม่อย่างไร รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ อันแสดงให้เห็นถึงการกระทำของผู้คัดค้านว่ามีเหตุที่จะอนุญาตให้เลิกจ้างผู้คัดค้านได้หรือไม่ การที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งโดยยังมิได้ดำเนินการไต่สวนให้ได้ความตามข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นตามที่ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านไว้ คำสั่งศาลแรฎหมายพิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานภาค 2 ให้ย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานภาค 2 ดำเนินการไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงเพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาด แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี</p>
<p>Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї Ї</p>
<p>รวบรวมโดยนายไพบูลย์ ธรรมสถิตย์มั่น<br />
www.paiboonniti.com<br />
Code C.96</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
